“คล็อปป์” สร้างความแตกต่างให้กับหงส์แดง

ชัยชนะเหนือขุนพลเรือใบสีฟ้า “แมนฯ ซิตี้” 1-0 ของ “เจอร์เก้น คล็อปป์” และลูกทีม “ลิเวอร์พูล” ทำให้ทีมยังรักษาตำแหน่งรองจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกอย่างเหนียวแน่น ตามผู้นำอย่าง “เชลซี” 6 คะแนนเหมือนเดิม และเป็นนัดที่ 4 ติดต่อกันที่จบเกมพร้อม 3 คะแนนเต็ม

ก่อนเกมคงไม่มีใครคาดคิดว่าขุนพลหงส์แดงจะเก็บ 3 คะแนนเต็มในเกมนี้ได้ถึงแม้จะเล่นในบ้าน เพราะไม่มีนักเตะตัวสำคัญอย่าง “ฟิลิเป้ คูตินโญ่” กับ “โฌแอล มาทิป” สองนักเตะตัวรุกกับตัวรับที่เป็นอะไหล่ฟันเฟืองสำคัญของทีม แถมผลงานในฤดูกาลนี้ก็ไม่ได้วูบวาบเหมือนหลายๆฤดูกาลที่ผ่านมา

แน่นอนว่าก่อนหน้านี้ยอดทีมแห่งเมอร์ซีย์ไซด์ เป็นทีมที่มีนักเตะประเภทสร้างแรงดึงดูดของแฟนฟุตบอลให้มาชมเกมถึงแม้ท้ายที่สุดจะตายตอนจบเป็นประจำโดยเฉพาะฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ตั้งแต่สมัย “เอียน รัช” “เคนนี่ ดังกลิซ” “สตีฟ แม็คมานามาน” “ร็อบบี้ ฟาวเลอร์” “ไมเคิล โอเว่น” “”สตีเว่น เจอร์ราร์ด” หรือ “หลุยส์ ซัวเรซ”

 

แต่พอมาถึงยุคของ “เจอร์เก้น คล็อปป์” ที่ “เจอร์ราร์ด” กับ “ซัวเรซ” โบกมือลาทีมไป กลายเป็นว่าทีมมีความเป็นสากลและนานาชาติมากขึ้นถึงแม้บรรยากาศและความขลังของทีมจะมีความเป็นอังกฤษแท้อยู่สูงกว่าคู่แข่ง ทั้ง “แมนฯยูไนเต็ด” “อาร์เซน่อล” “เชลซี” หรือ “แมนฯ ซิตี้”

กลับกลายเป็นว่านักเตะนานาชาติเหล่านี้แหละที่เข้ามายกระดับทีมขึ้นไปแบบไม่รู้ตัว โดยเฉพาะบรรดานักเตะตัวหลักในทีมชุดนี้อย่าง “ซาดิโอ มาเน่” “โรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่” “เอ็มเร่ ชาน” “จิออร์ริจิโน ไวนัลดุม” ในเกมรุก หรือ “รักนาร์ คาร์วาน” กับ “เดยัน ลอฟเรน” ในเกมรับ ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่นักเตะอังกฤษหรือมีประสบการณ์การเล่นในอังกฤษก่อนย้ายมาอยู่กับทีม

โดยนักเตะต่างชาติเหล่านี้ นำสิ่งที่นักเตะลิเวอร์พูลหรือนักเตะอังกฤษไม่เคยมี พวกแท็กติค ประสบการณ์ เซนส์การเล่นฟุตบอลที่แตกต่างออกไป ซึ่งต้องให้เครดิตกับ “เจอร์เก้น คล็อปป์” ในการปลุกปั้นนักเตะเหล่านี้มามีลุ้นแชมป์ลีกอีกครั้งในฤดูกาลนี้
จะว่าไป บุคลิคของทีมที่เปลี่ยนไปก็ต้องยอมรับว่าอิทธิพลของบุคคลก็คือตัวผู้จัดการทีมหรือโค้ชมีส่วนแน่นอน อย่าง “ลิเวอร์พูล” เองกลับกลายมีสไตล์คล้ายคนเยอรมัน ฟุตบอลไม่วูบวาบหรือสวยงามมากนักแต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ นักเตะทุกคนเล่นตามแท็กติคของ “คล็อปป์” อย่างเคร่งครัด

ไม่นับสิ่งใหม่ๆนวัตกรรมฟุตบอลที่แตกต่างออกไปของเจ้าตัวอย่าง “เกอเก้น เพรสซิ่ง” ผสมกับหลายๆหลักความรู้เรื่องฟุตบอลมาใช้ในการเจอกับคู่แข่ง ถ้าตัวกุนซือไม่แน่จริง คงไม่สามารถล้มทีมที่มีซุปตาร์มากมายพร้อมกุนซือที่ชื่อว่า “เป็ป กวาดิโอร่า” ได้หรอก

ที่สำคัญสิ่งที่ “คลอปป์” มี่เหนือกว่ากุนซือทีมอันดับต้นๆด้วยกันคือ “ประสบการณ์” ในการจัดการกับช่วงที่มีโปรแกรมแน่นอย่าง “คริสมาสต์” “บ็อกซิ่งเดย์” หรือ “ปีใหม่” และประสบการณ์ทำบอลในอังกฤษพอสมควรถ้าเทียบกับ “เป็ป” หรือ “คอนเต้” ของเชลซีก็ตาม

สุดท้ายต้องรอดูว่าขุนพลหงส์แดงจะรักษามาตรฐานแบบนี้ของตัวเองได้หรือเปล่า ซึ่งถ้าทำได้แบบที่ผ่านมา เชื่อว่าโอกาสได้แชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกก็อยู่ไม่ไกลครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *